สมัครจดโดเมนฟรี

ผู้ประกอบการภาคเอกชนระบุสถานการณ์ทางการเมืองอันเนื่องมาจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.แดงทั้งแผ่นดิน) ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ หากยังยืดเยื้อต่อไปแม้จะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงก็ตาม โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าร่วมกันหาแนวทางคลี่คลายปัญหา

"ปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และหากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยืดเยื้อขึ้นก็จะยิ่งส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น" นายดุสิต นนทนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าว

นายดุสิต กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบถึงภาคธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว เพราะมีข้อมูลระบุชัดว่าห้องพักของโรงแรมในเกาะรัตนโกสินทร์จำนวน 6,000 ห้อง ถูกยกเลิกแล้วมากกว่าครึ่ง ส่งผลต่อการจ้างงานของแรงงานในพื้นที่ดังกล่าว และหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไป ภาคธุรกิจในส่วนอื่นๆ จะได้รับผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ ส่วนการส่งออก จะได้รับผลกระทบชัดเจนในไตรมาส 3

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงวันต่อวัน ทำให้ประเมินผลกระทบยาก ส่วนการส่งออกยังไม่ได้รับผลกระทบ การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศยังมีเข้ามาเป็นปกติ

ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า กรณีที่กลุ่ม นปช.นัดรวมพลเพื่อเคลื่อนไหวในกรุงเทพฯ อีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค.นี้ถือเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้หากไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และไม่เป็นการกีดขวางการจราจร ซึ่งเท่าที่ประเมินสถานการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ รับได้ เพราะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การชุมนุม และไม่อยากเห็นความรุนแรง แม้การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม แต่ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้าง ทำให้ต่างชาติเลื่อนหรือชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

Comment

Comment:

Tweet