สมัครจดโดเมนฟรี

hotnews

ศอฉ.แถลงประกาศเคอร์ฟิวต่อวันที่ 23-24 พ.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น. เพื่อความปลอดภัยของพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะหรือเส้นทางคมนาคม เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมอันขัดต่อกฎหมายที่บริเวณแยกราชประสงค์ได้ยุติลงแล้ว และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ระเบียบเส้นทางจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเส้นทางคมนาคมที่สามารถกลับมาใช้ได้เป็นปกติตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) เวลา 04.00 น. ประกอบด้วย ถ.เพชรบุรี ตั้งแต่แยกขึ้นทางด่วนเพชรบุรี-สี่แยกราชเทวี, ถ.พญาไท ตั้งแต่สี่แยกราชเทวี-สี่แยกสามย่าน, ถ.วิทยุ ตั้งแต่สี่แยก ถ.วิทยุถึงแยกขึ้นทางด่วนเพชรบุรี, ถนนภายในพื้นที่ที่ห้ามข้างต้นจนถึงแนวถนนพระราม 4, ถ.ราชปรารภ ตั้งแต่สี่แยกประตูน้ำ-สี่แยกมักกะสัน และ ถ.พระราม 4 ตั้งแต่สี่แยกสามย่าน-แยกปากซอยงามดูพลี

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. ทั้งที่แยกผ่านฟ้า หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง รวมถึงสี่แยกราชประสงค์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเป็นที่แน่ชัดว่าการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธสงครามเข้าสลายการชุมนุมดังกล่าว เป็นการกระทำภายใต้การสั่งการของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  รองนายกฯ ฝ่ายความมั่งคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ และไม่เป็นไปตามขั้นตอนวิธีปฏิบัติตามหลักสากล

รวมถึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบในฐานะผู้สั่งการให้มีการเข่นฆ่าประชาชน  แทนที่นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และกองทัพ รวมถึง คณะกรรมการ ศอฉ. จะรับผิดชอบ กลับเบี่ยงเบนประเด็น โดยไม่เคยกล่าวถึงการเสียชีวิตของประชาชนแม้แต่น้อย หรือเพียงคำขอโทษคำเดียวก็ไม่เคยออกจากปาก นายอภิสิทธิ์  นายสุเทพ กองทัพ และคณะกรรมการ ศอฉ. แต่กลับมุ่งแถลงข่าวผ่านสื่อโดยเบี่ยงเบนไปในเรื่องของความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม และบุคคลที่สาม

จึงขอเรียกร้องไปยัง นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ กองทัพ และคณะกรรมการ ศอฉ. ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชน  ซึ่งตนและฝ่ายกฎหมายจะยื่นเรื่องต่อ ปปช. ให้เอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และคณะกรรมการ ศอฉ. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ในวันที่ 24 พ.ค.เวลา 10.00 น. ในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รวมถึงทางญาติของผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยรวบรวมพยานหลักฐาน และตั้งคณะทำงานเพื่อฟ้องร้อง นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ศอฉ. และ ผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลอาญาในข้อหาความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือผู้สั่งการให้ฆ่าประชาชน  ส่วนคดีแพ่งก็จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้กับประชาชนต่อไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีมีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม จากการที่ตนไปส่งผู้ชุมนุมกลับบ้าน เมื่อวันที่ 20 พ.ค.พยานผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ ต่างให้การตรงกันว่า ทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าแล้วยิงไปที่วัดในคืนวันที่ 19 พ.ค. เพื่อเป็นการตัดไม้ข่มนามให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ ซึ่งข้อเท็จจริงมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อีก 3 ศพไม่รู้ไปไหน คาดว่ามีอีกหลายสิบราย แต่ที่เห็นตาย 6 ศพแล้วอยู่ที่วัดเป็นเพราะผู้ชุมนุมแย่งศพมาได้ ฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ และคณะกรรมการ ศอฉ. รวมทั้งกองทัพต้องไปแก้ตัวที่ศาลอาญาและศาลโลกข้อหาฆ่าคนตาย เรื่องนี้ตนยังมีคลิปที่ได้จากผู้ชุมนุมเป็นภาพทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ายิงใส่ประชาชนในวัด

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ผ่านทนายความแคนาดาว่ายังสนับสนุนคนเสื้อแดงต่อไป และยกให้กลุ่มคนเสื้อแดงเป็นวีรบุรุษ ถือเป็นคำอธิบายให้เห็นชัดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้บงการหรือไม่

ล่าสุดทางดีเอสไอ ได้พยายามหาหลักฐาน ยืนยันต่อศาลที่มีการนัดไต่สวนเพิ่มเติมในการออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ในข้อหาก่อการร้ายในวันที่  24พ.ค. ซึ่งหากไม่มีหลักฐานพอศาลคงไม่สั่งให้ออกหมายจับได้ รัฐบาลพยายามรวบรวมหลักฐาน เพื่อตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ตั้งข้อกล่าวหาลอย ๆ

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศมีการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ซึ่งเป็นการเปิดเวทีใหม่ในต่างประเทศ เช่นการใช้ประเทศฝรั่งเศสเคลื่อนไหว มีการนัดพบผู้สื่อข่าวเพื่อให้ข้อมูลทางลบกับประเทศไทย แต่รัฐบาลผรั่งเศสรู้ทัน ห้ามพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ประเทศเป็นฐานโจมตีไทย ล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้ว เชื่อว่ารัฐบาลอังกฤษไม่ยินยอมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ทำร้ายประเทศไทย

ที่น่าจับตามองคือพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามเคลื่อนไหวให้องค์กรระหว่างประเทศกดดันไทย เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ใส่ร้ายรัฐบาลไทยฆ่าประชาชน ทำร้ายกลุ่มประชาชนที่สนับนสนุนตนเอง เชื่อว่าองค์กรและสื่อต่างประเทศ คงจะเข้าใจ เพราะมีการออกแถลงการณ์ประนามกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง และขอเรียกร้องทุกกลุ่มในสังคมไทยว่าควรก้าวพ้น พ.ต.ท.ทักษิณ และควรยุติบทบาทการเมืองในการทำร้ายประเทศ 4 ปีที่ผ่านมาเพียงพอแล้วกับการทำร้ายประเทศไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ